พ่วงแบตรถยนต์

รถแบตหมดสตาร์ทไม่ติดทำอย่างไรดี?

รถแบตหมดสตาร์ทไม่ติดทำอย่างไรดี? แบตเตอรี่รถยนต์ เป็นอีกหนึ่งหัวใจหลักที่สำคัญสำหรับรถยนต์เลยทีเดียว โดยมีหน้าที่เก็บ และจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ต่างๆของเครื่องยนต์ เพื่อให้ทำงานได้ เช่น มอเตอร์สตาร์ท, ระบบจุดระเบิด ในขณะที่สตาร์ทรถยนต์ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ กระจายพลังงานให้กับอุปกรณ์อื่นๆอีก เช่น ระบบไฟส่องสว่าง, วิทยุ รวมถึงแตรรถยนต์อีกด้วย

bigstock-Auto-Mechanic-Replacing-Car
credit : topgear

รถยนต์แบตเตอรี่หมด เกิดจากสาเหตุอะไร?

โดยปกติแบตเตอรี่รถยนต์จะไม่มีทางหมดลงง่ายๆ ถ้าหากไม่เกิดความผิดปกติในส่วนใดส่วนหนึ่ง ซึ่งเกิดจากสาเหตุดังนี้

  • แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ

เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ จะส่งผลทำให้ตัวแบตเตอรี่ ไม่สามารถเก็บประจุไฟฟ้าเอาไว้ได้ เก็บไฟไม่อยู่ หรืออีกกรณี คือ ไดชาร์จทำงานผิดปกติ ทำให้ประจุไฟเข้าไปยังแบตเตอรี่ได้น้อยกว่าปกติ และไม่เพียงพอต่อการใช้งาน หรือ ไม่สามารถประจุไฟเข้าไปยังแบตเตอรี่ได้เลย

  • ลืมปิดระบบไฟของรถยนต์

ไม่ว่าจะเป็น ไฟภายในห้องโดยสาร หรือไฟหน้ารถ เราอาจเปิดทิ้งเอาไว้ลืมปิดเป็นเวลานาน จะมีรถยนต์บางรุ่น ที่มีการออกแบบไฟหน้าแบบอัตโนมัติ คือมีการเปิดไฟทิ้งเอาไว้เองสักพัก จากนั้นจะปิดลงแบบอัติโนมัติ แต่ถ้าระบบตัดไฟเกิดความผิดพลาด ก็จะทำให้ไฟเปิดอยู่ตลอดเวลาๆ ส่งผลต่อแบตเตอรี่รถยนต์หมดได้ไวขึ้นนั่นเอง

  • มีการรั่วไหลของระบบไฟภายใน หรือเสื่อมสภาพ

แม้จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ค่อนข้างยาก แต่หากเกิดการรั่วไหลของระบบไฟภายใน ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่หมดได้ รวมถึงการเกิดเสื่อมสภาพของระบบไฟฟ้าภายใน

  • แบตเตอรี่รถยนต์หลวม หรือสกปรก

หากขั้วแบตเตอรี่มีสนิมเกาะ หรือคราบขี้เกลือติดอยู่ จะทำให้เกิดการขัดขวางการทำงานของระบบชาร์จ และตัวมอเตอร์ที่ดึงกระแสไฟฟ้า

รถแบตหมด

อาการที่บ่งบอกว่า แบตเตอรี่รถยนต์ใกล้หมดแล้ว

เราสามารถสังเกตได้ง่ายๆ ก่อนที่แบตเตอรี่รถยนต์จะหมด จะมีการแสดงเตือนอาการเบื้องต้น ถ้าพบว่ารถยนต์ของเรา เริ่มมีอาการแบบนี้ต้องรีบตรวจสอบทันที เพราะอาจจะทำให้แบตเตอรี่รถยนต์หมดกลางทางในขณะขับขี่ได้

  • ระบบไฟเกิดความผิดปกติ

หากระบบไฟต่างๆ ในรถ เช่น ไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟในห้องโดยสาร มีความสว่างน้อยลงกว่าปกติ บางทีอาจติดๆดับๆ รวมถึงให้ลองบีบแตรดูถ้าเสียงเบาผิดปกติ นั่นอาจเป็นเพราะประจุไฟฟ้าภายในแบตเตอรี่ไม่เพียงพอ หากปล่อยทิ้งไว้ จะทำให้แบตเตอรี่รถยนต์หมดได้ในที่สุด

  • รถยนต์สตาร์ทติดยาก

หากรถของเราสตาร์ทติดยาก เหมือนตัวรถยนต์ม่มีกำลัง หรือถึงขั้นสตาร์ทไม่ติดเลย นั่นก็แสดงว่า ประจุไฟฟ้านั้นไม่เพียงพอ โดยเฉพาะช่วงเช้า หรือ จอดรถทิ้งไว้นานหลายวัน เวลาสตาร์ทเครื่องยนต์เสียงมอเตอร์สตาร์ทจะหมุนช้าเหมือนไม่มีแรง ซึ่งในกรณีให้ลองพ่วงชาร์จ เพื่อทำการสตาร์ทดูก่อน ถ้าเครื่องติดแล้วลองขับใช้งานปกติ เมื่อเราดับเครื่องยนต์ แล้วสตาร์ทติด แสดงว่าไดชาร์จไม่มีปัญหา แต่ถ้ายิ่งจอดนาน หรือจอดข้ามคืนแล้วสตาร์ทติดยาก หรือสตาร์ทไม่ติด คราวนี้แน่นอนว่าแล้วว่า แบตเตอรี่รถเริ่มเสื่อมสภาพไม่สามารถเก็บประจุไฟไว้ได้

  • การทำงานของระบบล็อครถ และกระจกไฟฟ้าช้าลง

โดยปกติแล้วระบบกระจกไฟฟ้าเวลาที่เรากดขึ้น-ลง ก็จะมีลักษณะแบบขึ้นสุด-ลงสุดอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าแบตเตอรี่รถยนต์ใกล้หมด จะมีการขึ้นลง-ช้า แถมยังมีเสียงมอเตอร์กระจกไฟฟ้าทำงานแบบหนืดๆ เหมือนไม่มีกำลัง

ชาร์จแบตรถยนต์

วิธีพ่วงแบตเตอรี่จากรถยนต์

เป็นวิธีที่หลายๆคนเลือกใช้ เมื่อรถของเราเกิดแบตหมดสตาร์ทไม่ติด นั่นก็คือ การพ่วงแบตกับรถอีกคันนั่นเอง เราสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยความระมัดระวัง ตามขั้นตอนนี้เลย

  1. ปิดสวิตช์และอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถทั้ง 2 คัน จากนั้นแนะนำจอดรถหันหน้าเข้าหากัน เพื่อสะดวกต่อการต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ ที่สำคัญห้ามทำให้เกิดประกายไฟบริเวณใกล้ๆ โดยเด็ดขาด
  2. นำสายพ่วงแบตเตอรี่ขั้วบวก(สีแดง) หนีบกับแบตเตอรี่ขั้วบวก ของรถที่แบตเตอรี่หมด แล้วจากนั้นนำอีกด้านไปต่อกับรถที่มาให้การช่วยเหลือ

  3. นำสายพ่วงแบตเตอรี่ขั้วลบ(สีดำ) ต่อกับแบตเตอรี่ขั้วลบของรถคันที่มาช่วยเหลือ โดยอีกฟากหนีบโลหะในเครื่องยนต์ของรถที่แบตเตอรี่หมด เพื่อสร้างระบบกราวนด์แบตเตอรี่ ไม่จำเป็นต้องต่อเข้าขั้ว – โดยตรง เพราะโลหะก็เป็นสื่อนำไฟฟ้าที่จะส่งตรงถึงตัวแบตได้เช่นกัน

  4. สตาร์ทเครื่องยนต์รถคันที่มาช่วยเหลือ ทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที ทำการเร่งเครื่องยนต์เพื่อให้แบตเตอรี่ไหลเวียนประจุไฟฟ้า

  5. สตาร์ทเครื่องยนต์รถคันที่แบตเตอรี่หมด เร่งเครื่องในอัตรา 1,500-2,000 รอบต่อนาที เพื่อตรวจสอบว่ามีประจุไฟฟ้าเข้าหลังจากการชาร์จไฟแบตหรือไม่

  6. ถอดสายพ่วงแบตเตอรี่ โดยเริ่มจากสายสีดำคันที่แบตเตอรี่หมดก่อน จากนั้นค่อยถอดจากรถคันที่มาช่วยเหลือ

  7. ต่อมาถอดสายสีแดงรถคันที่มาช่วยเหลือก่อน แล้วค่อยถอดของคันที่แบตเตอรี่หมด

แบตหมด

หลังจากสตาร์ทติดแล้ว แนะนำสตาร์ททิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง และยังไม่ควรเปิดใช้งานระบบไฟอื่นๆ เช่น แอร์ หรือวิทยุ หลังชาร์จแบตเสร็จอาจจะขับไปไหนมาไหนก่อนก็ได้ แถมยังดีซะด้วย เพราะถือเป็นการชาร์จไฟไปในตัว ซึ่งถ้าจะให้ดี ก่อนจะลงรถก็ตรวจเช็กกันสักหน่อยว่ามีไฟตรงไหนลืมปิดรึเปล่า จะได้ไม่ต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อย ๆ

สอบถามเพิ่มเติม หรือแสดงความคิดเห็น