น้ำมันเครื่อง ชนิดของความหนืดหรือเบอร์ SAE

น้ำมันเครื่อง

ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่อง

ในปัจจุบันประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ได้อยู่ในเมืองหนาว นิยมการใช้น้ำมันเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซลเกรดรวมมากขึ้น เป็นเพราะว่าในช่วงเช้าเครื่องยนต์ยังเย็นอยู่ น้ำมันยังคงใส สตาร์ทเครื่องติดได้ง่าย ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงและยืดอายุแบตเตอร์รี่ ทันทีที่เครื่องยนต์สตาร์ทติด น้ำมันเครื่องที่ยังใส อยู่จะถูกปั้มไปยังทุกส่วนของเครื่องยนต์ได้รวดเร็วกว่า สามารถลดการสึกหรอในช่วงสตาร์ทและช่วงที่เครื่องร้อนขึ้น (Warm Up)ได้มาก เมื่อเครื่องยนต์ร้อน น้ำมันเครื่องจะมีอุณหภูมิประมาณ 130 – 140 oC น้ำมันเกรดรวมยังคงมีความหนืดสูงกว่าเกรดเดี่ยว จึงทำให้ฟิล์มหล่อลื่นหนากว่า ช่วยลด การสึกหรอได้มาก และลดภาวะการระเหยของน้ำมันบริเวณแหวนลูกสูบ ซึ่งเป็นการลดความสื้นเปลืองน้ำมันเครื่อง

ความหนืดหรือเบอร์ SAE ของน้ำมันเครื่อง

แบ่งออกเป็น 2 เกรด ได้แก่

1.น้ำมันเครื่องเกรดเดี่ยว (single Grade) แบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อยได้แก่
1.1 น้ำมันเครื่อง ประเภทที่ใช้ในเขตเมืองหนาว จะมีตัวอักษร W (มาจากคำว่า Winter) ต่อท้าย เช่น SAE 15W ที่อุณหภูมิ – 15 oC มีค่าความหนืดไม่เกิน 3,500 cP และที่อุณหภูมิ 100 oC จะต้องไม่ต่ำกว่า 5.6 cSt

1.2 น้ำมันเครื่องประเภทที่ใช้ในเขตเมืองร้อน จะมีตัวอักษร W ต่อท้าย เช่น SAE เบอร์ 40 กำหนดให้มีเบอร์ความหนืดเป็นช่วง (ต่ำสุด – สูงสุด) ที่อุณหภูมิ 100oC

2.น้ำมันเครื่องเกรดรวม (Multigrades) เป็นน้ำมันเครื่องที่สามารถให้ความหนืด ได้ทั้งสองอุณหภูมิ คืออุณหภูมิที่ต่ำกว่า 0 oC และที่ 100 oC ซึ่งเป็นเกณฑ์กำหนดความหนืดของเบอร์ SAE 15W และที่ 100 oC จะมี ความหนืดในช่วง 12.5 – 16.3 cSt ซึ่งเป็นเกณฑ์กำหนด ความหนืดของเบอร์ SAE 40

น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานหลังจากผ่านการกลั่นแล้ว เมื่อนำมาผลิตเป็นน้ำมันเครื่องจะเป็นได้แค่น้ำมันเครื่องเกรดเดี่ยวเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะมีดัชนีความหนืดสูงก็ตามแต่ยังมีวิธีที่สามารถทำให้น้ำมันเครื่องนั้นเป็นน้ำมันเครื่องเกรดรวมได้โดยการใช้สารเคมีเพิ่มดัชนีความหนืด (VI Improver)

สอบถามเพิ่มเติม หรือแสดงความคิดเห็น