สิ่งที่ต้องเช็คและ ดูแลรถยนต์ช่วงหน้าฝน มีอะไรบ้าง?

วิธี ดูแลรถยนต์ช่วงหน้าฝน มีอะไรบ้างนะ? หลังจากที่ผ่านหน้าร้อนไม่เท่าไหร่ หน้าฝนก็ตามมาติดๆ รถของเราคงจะระบมน่าดู ซึ่งเราคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถดูแลรถยนต์ ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ พร้อมใช้งาน ป้องกันชิ้นส่วนต่างๆ ไม่ให้เกิดความเสียหาย และที่สำคัญ ป้องกันไม่ให้เกิดอุบัตเหตุในขณะขับขี่ได้อีกด้วย

ขับรถตอนฝนตก

สิ่งที่ควรเช็ค หรือตรวจสอบรถยนต์ ช่วงหน้าฝน?

ยางรถยนต์

ยางและระบบเบรก

ควรมีการตรวจเช็คพื้นยางว่า ยังมีดอกยาง และตัวเนื้อยางอยู่ในสภาพดีหรือไม่ ต้องไม่มีรอยแตก หรือฉีกขาด ยิ่งถ้ายางรถยนต์ที่เราใช้อยู่ มีอายุการใช้งานมากกว่า 3 ปีขึ้นไป ควรรีบตรวจเช็คทันที เพราะช่วงฝนตก พื้นถนนจะมีน้ำขัง ประสิทธิภาพในการรีดน้ำออกจากตัวยางก็จะลดลง ทำให้รถเสียการทรงตัว เกาะถนนได้ไม่ดีเท่าที่ควร และอาจก่อให้เกิดการลื่นไถลได้ เมื่อมีการเบรกแรงๆ รวมถึงลมยาง ที่ไม่ควรเติมแข็ง หรืออ่อนเกินไป เราสามารถดูได้ที่สติ๊กเกอร์ข้างประตูคนขับ หรือในคู่มือรถ ก็จะรู้ได้ว่าควรเติมลมเท่าไหร่

อีกส่วนที่ต้องดูแล ตรวจเช็คเป็นพิเศษ คือ ระบบเบรก ให้สังเกตเวลาเบรกรถว่าผ้าเบรกสามารถชะลอความเร็วรถได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ ต้องเหยียบเบรกจนลึก หรือมีท้ายรถสะบัดเป๋ไปมาตอนเบรกหรือไม่ หากพบอาการเหล่านี้ แนะนำให้นำรถไปตรวจสอบอย่างละเอียดทันที

Windshield wipers

ยางปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจก

ยางปัดน้ำฝน เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้มากเลยทีเดียว ในการขับขี่ช่วงหน้าฝน เพราะจะช่วยให้เรามีทัศนะวิสัยในการขับขี่มากขึ้น ซึ่งยางปัดน้ำฝนที่ดี จะต้องปัดน้ำที่ติดกระจกหน้าได้เรียบสนิท ไม่เป็นลอนคลื่น ไม่เป็นคราบน้ำ และไม่มีเสียงดังขณะทำงาน ยิ่งถ้าสังเกตเห็นรอยบนกระจก แนะนำให้เปลี่ยนยางปัดน้ำฝนใหม่ เพราะสาเหตุที่ปัดน้ำฝนเกิดเสียงดังนั้น เกิดจากยางของใบปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพ ยางเริ่มมีการแข็งตัว หรือเกิดได้จากความฝืดของยางใบปัดน้ำฝนกับน้ำยาที่เคลือบกระจกไว้

วิธีดูแลที่ปัดน้ำฝน

  • ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาด ไปตามแนวยาวของที่ปัดน้ำฝน เพื่อกำจัดฝุ่น หรือคราบสิ่งสกปรกที่ฝังแน่น ที่อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อกระจกในภายหลังได้
  • ในกรณีที่ยางปัดน้ำฝนเป็นขุย หรือหลุดออกมา แนะนำให้เปลี่ยนยางใหม่
  • หลีกเลี่ยงการจอดรถตากแดด เพราะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ ทำให้ยางปัดน้ำฝน เสื่อมสภาพการใช้งาน

อีกหนึ่งสิ่ง ที่ต้องตรวจเช็คควบคู่กันไป คือ น้ำยาฉีดกระจก ควรหมั่นตรวจเช็คให้อยู่ในปริมาณที่เต็มอยู่เสมอ เพราะจะช่วยล้างทำความสะอาด ฝุ่น สิ่งสกปรก ที่ติดอยู่บนกระจกให้สะอาด หรือละอองน้ำจากพื้นถนนที่กระเด็นขึ้นมา วิธีการตรวจเช็คง่ายมาก แค่เพียงเปิดฝากระโปรงหน้ารถ เปิดฝาดูระดับน้ำยาฉีดกระจก หากพบว่าเหลือน้อยจนเกินไป ก็จัดการเติมน้ำยาให้เต็ม เพือให้พร้อมสำหรับการใช้งานอยู่เสมอ

ระบบไฟรถยนต์

สัญญาณไฟรอบตัวรถ

สัญญาณไฟต่างๆของรถ จะช่วยลดโอกาส ที่จะเกิดอุบัติเหตุในช่วงหน้าฝนได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เราควรมีการตรวจเช็คว่า ระบบไฟรอบคันรถเรา สามารถทำงานได้อย่างครบถ้วนหรือไม่ โดยเฉพาะไฟหน้า และไฟที่จำเป็นอื่นๆ เช่น ไฟต่ำ ไฟสูง ไฟเบรก ไฟตัดหมอกหน้าและหลัง ไฟฉุกเฉิน ไฟเลี้ยว ไฟถอยหลัง ทุกหลอดล้วนสำคัญต่อการขับขี่อย่างมาก หากพบว่าไฟดวงใดเสีย หรือมีการทำงานไม่สมบูรณ์ แนะนำให้โดยด่วน เพื่อความปลอยภัยในการเดินทาง

เช็คช่วงล่างรถ

ตรวจเช็คของเหลวของรถ

ควรหมั่นตรวจเช็ค น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์-เฟืองท้าย ว่าผิดปกติหรือไม่ ถ้ามีสีลัคล้ายสีของชานม ก็แสดงว่า อาจจะมีน้ำเข้าไปปะปน ดังนั้น ควรรีบเปลี่ยนถ่ายของเหลว หรือระบบหล่อลื่นทันที

วิธี ดูแลรถยนต์ช่วงหน้าฝน

ขับรถช่วงหน้าฝน

ไม่ควรเช็ดรถทันที เมื่อถึงที่หมาย

หลังจากที่เราขับรถ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมา เมื่อถึงที่หมายแล้วเห็นรถเปียกๆ อยากจะเช็ดให้สะอาดซะหน่อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดอย่างมาก เราไม่ควรเช็ดรถทันที เพราะระหว่างทางที่เราขับตอนฝนตกนั้น จะมีพวกเศษหิน ดิน โคลน หรือสิ่งสกปรกจากพื้นถนน กระเด็นขึ้นมาติดตามตัวรถของเรา หากเราทำการเช็ดรถทันที อาจจะส่งผลให้รถของเรานั้นเป็นรอยขีดขวนจากสิ่งปรกได้

ล้างรถ

ควรล้างทำความสะอาดรถยนต์

หลายๆท่านคงคิดว่า ฝนตก ก็เหมือนล้างรถไปในตัว ไม่ต้องล้างใหม่ก็ได้ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด เพราะยิ่งจะทำให้รถคุณสกปรกมากขึ้น แถมยังทำให้รถของเรา มีคลาบน้ำที่ตัวรถ ควรมีการล้างรถ โดยใช้น้ำยาทำความสะอาด และเช็ดให้แห้ง หลังจากนั้นควรใช้ผ้าคลุมรถ เพื่อป้องกันฝุ่นหรือสิ่งปรกอีกชั้นหนึ่ง

สอบถามเพิ่มเติม หรือแสดงความคิดเห็น