“น้ำมันเครื่องปลอม” รู้ไว้ไม่เสียหาย

      ถ้าจะพูดถึง น้ำมันเครื่อง เราเชื่อว่าหลายๆคน อาจจะยังไม่รู้ว่าน้ำมันเครื่องที่เราใช้อยู่เป็น ของแท้ หรือ ของปลอม เพราะดูแล้วก็เหมือนๆ กันไปหมด เพราะปัจจุบันน้ำมันเครื่องสามารถที่จะปลอมได้ตั้งแต่สี บรรจุภัณฑ์ ยันฉลากกันเลยทีเดียว แต่จริงๆ แล้วก็ยังมีจุดแตกต่าง ที่พอจะสังเกตเบื้องต้นได้อยู่บ้าง ดังนี้

  1. สังเกตจากภาชนะที่บรรจุ

ต้องไม่เก่าหรือมีรอยบุบ ที่สำคัญต้องไม่มีร่องรอยของการเปิดใช้งานมาแล้ว เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่องแท้ ก็มีแนวโน้มที่น้ำมันเครื่องจะเสื่อมสภาพไปได้

  1. ฉลากครบถ้วน

บนฉลากต้องบอก ยี่ห้อ วัน/เดือน/ปีที่ผลิต ปริมาตร สถานที่ผลิต ตัวแทนจำหน่าย รายละเอียดการใช้ให้ครบถ้วน รวมทั้งต้องมีเครื่องหมายรับรองควบคุมมาตรฐานด้วย ซึ่งก็จะทำให้เรามั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่า เมื่อนำมาใช้แล้วจะไม่ทำให้รถพังแน่ๆ

  1. มีกลิ่นค่อนข้างแรง

คนที่มีความรู้เกี่ยวกับน้ำมันเครื่องหรือมีการใช้งานบ่อยๆจะรู้ว่า หากเป็นน้ำมันเครื่องแท้หรือน้ำมันเครื่องคุณภาพสูง เมื่อดมกลิ่นดูจะมีกลิ่นที่ค่อนข้างแรง ซึ่งก็คือกลิ่นของสารเคมีที่เป็นสารเพิ่มคุณภาพ (ADDITIVES) ที่ใส่ไปในปริมาณที่สูงนั่นเอง เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันเครื่องปลอมที่ใส่สารน้อยกว่ากลิ่นก็มักจะอ่อนกว่าด้วยเช่นกัน

แต่สำหรับ 3 ข้อข้างต้นเป็นการดูน้ำมันเครื่องแท้หรือปลอมแบบเบื้องต้นเท่านั้น เพราะในปัจจุบันวิวัฒนาการการปลอมแปลงน้ำมันเครื่องนั้นสูงมาก การที่จะหาภาชนะที่ใส่และทำฉลากให้เหมือนกับของจริงไม่ได้ยาก แม้กระทั่งกลิ่นปัจจุบันนี้นักปลอมน้ำมันเครื่อง ก็จะใส่สารที่มีกลิ่นใกล้เคียงกัน จนแม้แต่ผู้ที่คุ้นเคยยังแยกไม่ออกเลย ดังนั้นหนทางสุดท้ายก็คือ…

  1. ซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ

เพราะจะสามารถตรวจสอบสินค้า มาตรฐาน และเลข ธพ. ที่ผ่านกรมธุรกิจและพลังงานของน้ำมันเครื่องตัวนั้นๆ ได้ รวมถึงสอบถามที่มาที่ไปของน้ำเครื่องได้อย่างละเอียด

         เชื่อว่าหลายคนคงไม่อยากเจอกับปัญหารถพังเพราะน้ำมันเครื่องปลอมหรอก เพราะนอกจากจะเสียเงินถ่ายน้ำมันเครื่องไปแล้ว ยังอาจต้องเสียเงินซ่อมรถเพิ่มขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้นก่อนซื้อหรือถ่ายน้ำมันเครื่อง อย่าลืมสังเกตให้ดีว่าน้ำมันเครื่องที่ทางร้านนำมาใช้ เป็นของปลอมหรือไม่และได้มาตรฐานหรือเปล่า เท่านี้ก็ไม่ต้องกังวลแล้ว

สอบถามเพิ่มเติม หรือแสดงความคิดเห็น