การเลือก น้ำมันเบรค และมาตรฐานน้ำมันเบรค

เนื่องจากรถสมัยใหม่สามารถเร่งความเร็วได้สูงมาก และความเร็วเฉลี่ยที่ใช้ในการขับเคลื่อนก็สูง อีกทั้งสภาพการจราจรในเมืองก็ติดขัดมาก ทำให้ต้องมีการใช้ น้ำมันเบรค ที่มีคุณภาพสูง สามารถทนความร้อนและรับภาระหนักได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเบรคทำงาน จะทำให้เกิดความร้อนจำนวนมากออกมาอยู่ภายในระบบเบรค แล้วส่งผ่านไปยังน้ำมันเบรคในกระบอก เบรคแบบดิสก์เบรคจะทำให้น้ำมันเบรคมีอุณหภูมิสูงขึ้น

น้ำมันเบรค

ดังนั้นน้ำมันเบรคที่ดีจึงต้องมีจุดเดือดสูง และเนื่องจากน้ำมันเบรคเป็นไฮกรอสคอปิก (Hygroscopic) ซึ่งสามารถดูดซึมน้ำเข้าไว้ได้เล็กน้อยมีผลทำให้คุณสมบัติในการใช้งานเสียไป และมีจุดเดือดต่ำลงมา ถ้าจุดเดือดของน้ำมันเบรคต่ำกว่าอุณหภูมิที่เบรคทำงานจะทำให้น้ำมันเบรคเดือด และเกิดฟอง อาการดังกล่าวเรียกว่า “Vapor lock” จะทำให้เบรคแตกทำงานไม่ได้ในที่สุด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องมีความรู้ในการเลือกน้ำมันเบรคมาใช้ และรู้ถึงคุณสมบัติต่างๆ

จุดเดือดในระบบ น้ำมันเบรค มี 2 แบบ

  • จุดเดือดแห้ง คือ น้ำมันใหม่
  • จุดเดือดเปียก คือ น้ำมันเก่าที่ผ่านการใช้งาน มีการดูดซับความชื้นไปแล้ว

น้ำมันปิโตรเลียมธรรมดาไม่เหมาะที่จะนำมาใช้เป็นน้ำมันเบรคได้ เพราะเมื่อทำปฏิกิริยากับยางธรรมชาติแล้วจะทำให้ยางพองและเปื่อย น้ำมันเบรคตามมาตรฐานสากลเป็นสารเคมีสังเคราะห์จำพวกโพลีไกลคอล และอีเทอร์ สามารถแบ่งน้ำมันเบรคออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

  • น้ำมันเบรคที่ผลิตจากสารสังเคราะห์ เป็นน้ำมันสังเคราะห์พวกอีเทอร์หรือไกลคอล สามารถทนอุณหภูมิสูงได้ดี ไม่แข็งตัวที่อุณหภูมิต่ำ มีคุณสมบัติเป็นไฮกรอสคอปิกที่ดี คือมีการดูดซึมน้ำและไอน้ำในอากาศได้ดีเป็นพิเศษ แต่เป็นอันตรายต่อสีรถ
  • น้ำมันเบรคที่ผลิตจากน้ำมันแร่ เป็นน้ำมันที่ผลิตจากน้ำมันปิโตรเลียมทั่วๆไปที่ผลิตเป็นพิเศษสำหรับระบบเบรค โดยเพิ่มสารเคมีพิเศษที่จะทำให้มีคุณสมบัติแตกต่างจากน้ำมันธรรมดา ไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง ไม่รวมตัวกับน้ำ และไม่เป็นอันตรายต่อสีรถ แต่มีคุณสมบัติที่อุณหภูมิสูงและต่ำมากๆ ไม่ค่อยดีนัก
  • น้ำมันเบรคที่ผลิตจากซิลิโคน เป็นน้ำมันที่ผลิตจากซิลิโคนที่สังเคราะห์ขึ้นเป็นพิเศษ ทนความร้อนและอุณหภูมิสูงได้ดีเป็นพิเศษ แม้อุณหภูมิต่ำก็ไม่แข็งตัว ไม่เป็นอันตรายต่อสีรถ ไม่ดูดซับน้ำหรือไอน้ำ แต่มีราคาแพงมาก

มาตรฐานน้ำมันเบรค

น้ำมันเบรคมีมาตรฐานมากมายเช่นเดียวกับน้ำมันเครื่อง และเนื่องจากเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยโดยตรง ทางสถาบันต่างๆ จึงได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษต่อมาตรฐานต่างๆ ที่กำหนดขึ้น มาตรฐานน้ำมันเบรคที่สำคัญๆ มีดังนี้

• สมาคมวิศวกรยานยนต์ในอเมริกา SAE, 70R3, J 1702, J 1703
• กรมการขนส่งอเมริกา U.S. Federal Motor Vehicle Safety Standard (US FMVSS) 116, DOT3, DOT4
• สมาคมกำหนดมาตรฐานระหว่างชาติ ISO 4925
• มาตรฐานญี่ปุ่น (JIS) K2233

จะเห็นว่าน้ำ หรือความชื้นในอากาศสามารถเข้าไปผสมกับน้ำมันเบรคได้ง่าย ดังนั้นในการตรวจวัดระดับน้ำมันเบรคไม่ควรเปิดฝาของถังน้ำมันเบรคออก บริเวณฝาของถังน้ำมันเบรคจะมีลูกยางปิดไว้ซึ่งช่วยในการป้องกันอากาศ และความชื้นเข้าไปผสมกับน้ำมันเบรค เวลาจะดูระดับน้ำมันเบรคจึงให้ดูจากนอกถัง เพราะถังน้ำมันเบรคจะใส และการเลือกน้ำมันเบรคสิ่งที่สำคัญ คือ ดูตามคู่มือประจำรถ โดยปกติจะระบุมาตรฐานที่ DOT 3, DOT 4 และ DOT 5

สอบถามเพิ่มเติม หรือแสดงความคิดเห็น